• กรกฎาคม 22, 2021

วัคซีน

วัคซีน

TECH&SCI: รู้จัก Novavax, Abdala, Valneva วัคซีน โควิด ‘ดาวรุ่ง’ ที่เราอาจได้ใช้ในอนาคต

.

โลกกำลังโหยหาวัคซีน Pfizer หรือให้ตรงกว่านั้นก็คือ วัคซีน แบบ mRNA เพราะเรียกได้ว่าในบรรดาวัคซีนที่ฉีดกันตอนนี้ mRNA ดูมีภาษีดีที่สุดในการต่อสู้กับ COVID-19

.

แต่ถามว่าวัคซีนมีแค่นี้เหรอ? คำตอบคือ “ไม่ใช่” ทั่วโลกกำลังผลิตวัคซีนไม่รู้อีกกี่สิบตัว และหลายๆ ตัวก็ผ่านการทดสอบขั้น 3 แล้วอย่างสวยงาม คือมีภาษีว่าใช้ได้จริง ผ่านงานวิจัย ไม่ได้ต่างจากวัคซีนหลายๆ ยี่ห้อที่ฉีดกันอยู่ และพอผลวิจัยออกมาน่าพอใจหลายๆ ชาติเริ่มสั่งจองกันแล้ว

.

จุดที่น่าสนคือ วัคซีนตัวใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกลุ่มนี้ ไม่มีตัวไหนเป็น mRNA แต่คาดว่าผลจะเทียบเท่าหรือดีกว่าทั้งนั้น (แน่นอน ไม่มีใครต้องการใช้วัคซีนที่แย่ลง) ซึ่งตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า อ้าว… วัคซีน mRNA ไม่ได้ดีที่สุดเหรอ?

.

ความเป็นจริงก็คือ ตอนกลางปี 2021 ที่ผ่านมา เพิ่งมีผลการทดลองวัคซีนอีกตัวที่เป็น mRNA ชื่อว่า ‘CureVac’ ซึ่งเราก็คงไม่เคยได้ยินชื่อ เหตุผลก็เพราะผลการทดสอบมันออกมาแย่มากๆ ป้องกันการติดเชื้อได้เพียง 48% ซึ่ง “ต่ำมาก” ต่ำยิ่งกว่า Sinovac และก็คงไม่มีชาติไหนสั่งไปใช้ ซึ่งวัคซีนตัวนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าวัคซีน mRNA ไม่ได้ดีเสมอไป ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องใช้ในการประเมิน

ว่าแล้ว…มาพูดถึง ‘วัคซีนหน้าใหม่’ ที่เราอาจได้ฉีดกันดีกว่า

.

Novavax ม้ามืดจากอเมริกา

.

ขณะนี้บ้านเราคงพอคุ้นชื่อ Novavax บ้างแล้ว วัคซีนสัญชาติอเมริกันเจ้านี้เรียกได้ว่ามีผลทดสอบขั้น 3 ในระดับเดียวกับ Pfizer แต่ใช้เทคโนโลยีอีกตัวเรียกว่า “หน่วยโปรตีนย่อย” (Protein-Subunit)

แล้วหน่วยโปรตีนย่อยคืออะไร?

.

ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานระบบภูมิคุ้มกันก่อน ในร่างกายมนุษย์ ส่วนที่จะไปสู้กับไวรัสเรียกว่า “แอนติบอดี” ซึ่งมันจะรู้ว่าจะสู้กับไวรัสตัวไหน ต้องมี “หนามโปรตีน” ที่จะไปล็อกมันไว้จับตัวกับไวรัส

พูดง่ายๆ “หนามโปรตีน” คืออาวุธของ “กองทหาร” ในร่างกายของเรา

.

การเกิดของ “หนามโปรตีน” ในร่างกายเกิดได้เมื่อร่างกายติดเชื้อ และร่างกายก็จะเรียนรู้ที่จะผลิต “หนามโปรตีน” หรืออาวุธที่สู้กับไวรัสที่ว่า

.

ไอเดียของวัคซีนเชื้อตายและวัคซีนไวรัลเวกเตอร์นั้นคล้ายกัน คือส่งเชื้อที่อ่อนแอไปให้ร่างกาย “ฝึกต่อสู้” หรือฝึกสร้างอาวุธ เรียกง่ายๆ คือส่ง “ตัวอย่างศัตรู” ไปให้ร่างกายซ้อมและสร้างอาวุธรอไว้ก่อน

.

ส่วนวัคซีน mRNA คือเทคนิคในการ “แฮก” เซลล์ในร่างกาย เพื่อให้ผลิต “หนามโปรตีน” หรืออาวุธที่ว่าออกมา พูดง่ายๆ เหมือนส่งพิมพ์เขียวของโรงงานผลิตอาวุธเข้าไปในร่างกาย

.

แต่ไอเดียของวัคซีนหน่วยโปรตีนย่อยแบบ Novavax ต่างออกไป เพราะไอเดียคือ ทำไมเราจะต้องส่ง “ตัวอย่างศัตรู” หรือ “พิมพ์เขียวโรงงานผลิตอาวุธ” เข้าไปในร่างกายเพื่อสอนให้ร่างกายผลิต “อาวุธ” ด้วยล่ะ?

.

นั่นคือวิธีการอ้อมๆ ทั้งนั้น เพราะวิธีที่ตรงไปตรงมามากกว่าคือส่ง “อาวุธ” เข้าไปในร่างกายเลย ซึ่งอาวุธที่ว่าก็คือหน่วยโปรตีนย่อยนี่แหละ ซึ่งในทางปฏิบัติคือการฉีด “หนามโปรตีน” ของ COVID-19 เข้าไปในร่างกายตรงๆ เลย และแอนติบอดีในร่างกายก็จะใช้ “หนามโปรตีน” ที่ว่าสู้กับ COVID-19 ได้ตรงๆ

.

ฟังดูไอเดียเจ๋งใช่ไหมครับ? ที่เจ๋งกว่าคือผลในการทดลองพบว่า ถ้าฉีด Novavax สองเข็มจะกันโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมได้ 96% และถ้าผสมๆ หลายสายพันธุ์กันได้ 90% ซึ่งผลที่ว่านี้ไม่ใช่แค่ไม่ได้ขี้เหร่ แต่แทบจะเขย่าบัลลังก์ของ Pfizer กับ Moderna ได้เลย และก็ไม่แปลกที่หลายประเทศเริ่มสั่งจองกันอุตลุต

.

และความเจ๋งอีกประการของ Novavax ก็คือจัดเก็บง่ายมาก ไม่ต้องเก็บตู้ที่ติดลบหลายสิบองศาเซลเซียสแบบ mRNA แต่ใส่ตู้เย็นปกติได้เลย ซึ่งมิติแบบนี้ง่ายต่อการจัดเก็บและขนส่งกว่ามาก

.

และถ้าประสิทธิภาพไม่หนีกัน Novavax ก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในระยะยาวแน่ๆ

.

Abdala ความหวังจากคิวบา

.

ไม่ใช่แค่อเมริกาที่มีวัคซีนแบบหน่วยย่อยโปรตีน ทางคิวบาก็พัฒนาวัคซีนแบบนี้เหมือนกัน และพัฒนาแล้วหลายตัวด้วย โดยตัวที่ดูมีความหวังสุดคือ Abdala ที่ผลวิจัยขั้นที่ 3 ออกมาแล้วพบว่าถ้าฉีด 3 โดส สามารถสร้างภูมิได้ถึง 92% ซึ่งก็ถือว่าเยอะเอาเรื่องเลย

.

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ แต่วัคซีนตัวนี้คือความหวังหลักของคิวบา เนื่องจากประเทศนี้ไม่ได้เข้าร่วม COVAX หรือซื้อวัคซีนใดๆ จากต่างประเทศ คือใจคอจะผลิตวัคซีนใช้เองตั้งแต่แรก เลยทุ่มสุดตัว พัฒนาวัคซีนพร้อมกันหลายตัว

.

และก็มี Abdala นี่แหละที่จะดูเข้าท่าหน่อย ซึ่งถ้าได้ผลจริง มันอาจเป็นวัคซีนหลักของภูมิภาคลาตินอเมริกาต่อไป

.

Valneva วัคซีนเชื้อตายตัวแรกของยุโรป

.

ถ้าว่ากันตรงๆ มีเหตุผลที่เทคโนโลยีวัคซีนแบบแรกสุดของมนุษย์อย่าง “วัคซีนเชื้อตาย” ยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

.

เหตุผลง่ายๆ คือมันเป็นวิธีที่ “ธรรมชาติ” ที่สุด ที่จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน คือไม่ต้องสอนร่างกายให้สร้างอาวุธแบบวัคซีน mRNA หรือส่งอาวุธไปตรงๆ แบบวัคซีนหน่วยย่อยโปรตีน

.

แต่การ “ส่งตัวอย่างศัตรู” เข้าไปให้ร่างกายฝึกต่อสู้เองก่อนลงสนามจริงนี่คลาสสิกสุดๆ และทำให้ร่างกายเรา “ฉลาด” ขึ้นด้วย หรือพูดอีกแบบ เทคนิคนี้มีแนวโน้มจะฝึกร่างกายให้สามารถจัดการกับไวรัสที่กลายพันธุ์ได้ดีกว่าเทคนิคแบบอื่นๆ ที่เป็นการสอนสู้ไวรัสแบบเฉพาะเจาะจง

.

ในจักรวาลของวัคซีน COVID-19 แน่นอนว่า “วัคซีนเชื้อตาย” มีชื่อเสียงไม่ดีเท่าไร เพราะเราก็จะนึกถึง Sinovac และ Sinopharm ของจีนที่ตอนนี้หลายๆ ชาติเริ่มส่ายหน้าไม่อยากเอามาฉีดแล้ว แต่ในความเป็นจริงก็อย่างที่พูดถึงวัคซีน mRNA ไม่ได้ดีไปทุกตัว และในทางกลับกัน วัคซีนเชื้อตายก็อาจไม่ได้แย่ไปทุกตัว

.

นี่เลยทำให้วัคซีน Valneva ของฝรั่งเศสที่เป็น “วัคซีนเชื้อตายตัวแรกของยุโรป” สร้างความตื่นเต้นไม่น้อย เพราะเป็นวิธีที่ “ธรรมชาติ” ที่สุด และผลข้างเคียงน้อยสุด เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ใช้กันมาหลายร้อยปีแล้ว

โดยทุกวันนี้ Valneva เริ่มทดลองขั้น 3 ในอังกฤษได้พักใหญ่แล้ว และก็รอผลการทดลองออกมา ซึ่งระหว่างนี้หลายๆ ชาติก็เริ่มจะจองกันแล้ว เพราะดูท่าก็น่าจะเป็นวัคซีนตัวหนึ่งที่มีอนาคตเหมือนกัน

.

วัคซีนที่เล่ามาทั้งหมด น่าจะเป็นวัคซีน “ดาวรุ่ง” ตัวใหม่ๆ ในช่วงปลายปี 2021 และก็ไม่แปลกเลย ถ้าเวลาผ่านไปถึงช่วงสิ้นปีก็น่าจะมีวัคซีนตัวใหม่ๆ โผล่ตามมาอีก และก็คงต้องอัปเดตกันอีกรอบ

หวังว่าตอนนั้นสถานการณ์โควิดคงดีขึ้นแล้ว เพราะวัคซีนใหม่ๆ นั้นใช้ได้ผล

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิววัคซีน น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> thinksmile ขอบคุณที่รับชม .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *